mas template
mas template
เนื้อหา ล่าสุด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวการเมือง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวการเมือง แสดงบทความทั้งหมด

สุรชัย แซ่ด่านนอนเรือนจำต่อยังไม่ได้รับหมายปล่อยตัว





ภรรยา และกลุ่ม นปช. รอให้กำลังใจ 'สุรชัย แซ่ด่าน' จำคุกในคดีหมิ่นสถาบัน หลังจะไดัรับพระราชทานอภัยโทษในวันนี้ ล่าสุด 'สุรชัย' ต้องนอนเรือนจำต่อ หลังเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ยังไม่ได้รับหมายปล่อยตัว

นางปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ อายุ 56 ปี ภรรยาของ นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ สุรชัย แซ่ด่าน อายุ 71 ปี จำเลยในคดีหมิ่นสถาบัน ที่ศาลตัดสินจำคุกรวม 12 ปี 6 เดือน พร้อมพวกที่มารอให้กำลังใจ เดินทางมาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หลังทราบข่าวว่า นายสุรชัย ได้รับพระราชทานอภัยโทษ และจะถูกปล่อยตัวช่วงเย็นวันนี้

โดย นางปราณี เปิดเผยว่า นายสุรชัย ถูกศาลตัดสินจำคุก 5 คดี รวม 12 ปี 6 เดือน ซึ่ง นายสุรชัย ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มาตั้งแต่ปี 2554 และเมื่อศาลตัดสินจำคุกแล้ว ก็ตัดสินใจที่จะไม่ยื่นอุทธรณ์และฎีกา ยอมเป็นนักโทษเด็ดขาด พร้อมกับยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ เมื่อเดือนสิงหาคม 2555 และได้ทราบข่าวจาก นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. ว่า นายสุรชัย ได้รับพระราชทานอภัยโทษ และจะได้รับการปล่อยตัววันนี้ ก็รู้สึกดีใจมาก เพราะที่ผ่านมา เป็นห่วงอาการป่วยของ นายสุรชัย ที่มีอาการต่อมลูกหมากโต เบาหวาน ซึ่งขณะนี้ยังต้องทานยาอยู่เป็นประจำ และทางเรือนจำก็ให้การดูแลเป็นอย่างดี

แซ่ด่าน เศร้านอนเรือนจำต่อ หลังจนท. ยังไม่ได้รับหมายปล่อยตัว

ความคืบหน้าการปล่อยตัว นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ นายสุรชัย แซ่ด่าน อายุ 71 ปี จำเลยในคดีหมิ่นสถาบัน ที่ถูกศาลตัดสินจำคุก รวม 12 ปี 6 เดือน หลังมีรายงานว่า นายสุรชัย ได้รับพระราชทานอภัยโทษ และจะถูกปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ในวันนี้

ล่าสุด จากการตรวจสอบกับ นายสรสิทธิ์ จงเจริญ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ระบุว่า ทางเรือนจำยังไม่ได้รับเอกสารปล่อยตัวใดๆ และยังไม่มีคำสั่งศาล ดังนั้น จึงยังไม่สามารถปล่อยตัว นายสุรชัย ได้

ทำให้ นางปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ รวมถึงกลุ่มเพื่อนที่มารอให้กำลังใจ ต้องเดินทางกลับไปด้วยความผิดหวัง และจะกลับมาตรวจสอบในเรื่องเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องอีกครั้ง ในวันพรุ่งนี้




















ที่มา  http://www.innnews.co.th

'พงศ์เทพ'ปัดหน้าที่ดูร่างแก้รธน.ก่อนทูลเกล้าฯ





"พงศ์เทพ" ปฏิเสธ ไม่ได้มีหน้าที่ตรวจสอบหรือดูร่างแก้ รธน. ก่อนทูลเกล้าฯ ชี้ เป็นหน้าที่ เลขา ครม.

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับที่มาของ ส.ว. ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย โดยระบุว่า ผู้รับผิดชอบโดยตรง คือ นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่จะดำเนินการตามขั้นตอน

พร้อมย้ำด้วยว่า กระแสข่าวดังกล่าว เป็นเพียงแค่ข่าวลือ รวมถึง ได้ปฏิเสธกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีการสอดใส้เนื้อหาเพิ่มเติม โดยที่รัฐสภาไม่รับทราบ ว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะกฎหมายทุกฉบับต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากสภา






















ที่มา  http://www.innnews.co.th

ปชป.ยันไม่ขวางงบ57ศาลรธน.ตัดสินแล้วจบ





''วิรัตน์'' ย้ำ แค่ทำตามหน้าที่ไม่ได้ต้องการขัดขวางงบประมาณปี 57 ตามที่รัฐบาลกล่าวหา

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา และหัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงกรณีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2557 ในส่วนงบประมาณขององค์กรอิสระ ว่า ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตนเองจึงทำหน้าที่เท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะไปขัดขวางงบประมาณตามที่ฝ่ายรัฐบาลได้กล่าวหา แต่อยากให้ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรง ได้เป็นผู้ตัดสินว่าเสียงส่วนมากได้ดำเนินการถูกต้องหรือไม่ ถ้าศาลตัดสินว่าถูกต้อง ทางฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่มีอะไรอีก

ส่วนกระแสข่าวการยุบสภานั้น คงขึ้นอยู่ที่คำสั่งทางไกล หากมีคำสั่งให้ยุบ นายกรัฐมนตรี ก็ต้องยุบ ส่วนกระแสข่าวปรับ ครม. นั้น ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าเป็นอย่างไร เพราะตนเองไม่ได้ติดต่อกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี















ที่มา  http://www.innnews.co.th

จับตาวันนี้ศาลรธน.แถลงวาจาร่างพรบ.งบปี57





นายกฯ เตรียมโชว์วิสัยทัศน์ 2020 อุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย ขณะจับตาศาลรัฐธรรมนูญ แถลงด้วยวาจาว่า พ.ร.บ.งบ 57 ขัดรัฐธรรมนูญ หรือไม่

ความเคลื่อนไหวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ช่วงเช้าจะขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ หัวข้อ “2020 ของประเทศกับโอกาสของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย” ที่ โรงแรม พลาซ่า แอทธินี ถนนวิทยุ จากนั้น เข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนจะร่วมพิธีต้อนรับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐชิลี อย่างเป็นทางการ โดยมีการหารือข้อราชการเต็มคณะ พร้อมพิธีลงนามความตกลง และแถลงข่าวร่วมกันของประธานาธิบดีสาธารณรัฐชิลีและนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงค่ำ ทั้งนี้เป็นที่น่าติดตามถึงผลการแถลงด้วยวาจาและลงมติของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ต่อกรณีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 ในมาตรา 27 และมาตรา 28 ขัด หรือแย้งกับ รัฐธรรมนูญมาตรา 168 หรือไม่ ซึ่งจะเป็นประเด็นสำคัญที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพของนายกฯและรัฐบาลได้


















ที่มา  http://www.innnews.co.th

รัฐสภาใหม่สะดุดโยธินบูรณะของบอีก109ล.





รัฐสภาใหม่สะดุด หลัง ร.ร.โยธินบูรณะ ขอเบิกงบเพิ่ม 109 ล้านบาท หวั่นย้ายออกไม่ทันกำหนด

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย โฆษกคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมมีการพิจารณาความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งขณะนี้เกิดปัญหาการก่อสร้างในส่วนพื้นที่ โรงเรียนโยธินบูรณะ ที่ไม่สามารถย้ายออกได้ภายในกำหนด 1,134 วัน หรือภายในเดือน ธ.ค. เนื่องจากติดปัญหาเรื่องการสร้างโรงเรียนโยธินบูรณะแห่งใหม่ ที่ไม่พร้อมย้ายนักเรียนตามเวลาที่กำหนด เนื่องจากยังขาดระบบสาธารณูปโภค ซึ่งทางสภาผู้แทนราษฎร ได้อนุมัติงบประมาณในการสร้างโรงเรียนถึง 1,000 ล้านบาท แต่กลับขอเบิกงบประมาณเพิ่มอีก 109 ล้านบาท พร้อมกับต้องตัดอาคารอีก 2 หลัง เพื่อให้พอกับงบประมาณ โดยที่ประชุมได้เชิญผู้อำนวยการโรงเรียนโยธินบูรณะ มาชี้แจง แต่ก็ไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากเป็นผู้อำนวยการที่เพิ่งมารับตำแหน่งใหม่

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ เตรียมเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานอนุกรรมการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อร่วมหารือถึงที่มาของงบประมาณที่เพิ่มขึ้น
















ที่มา  http://www.innnews.co.th

'ประชา ประสพดี'ไม่รู้ข่าวถูกปรับพ้นครม.





รมช.มหาดไทย 'ประชา ประสพดี' ไม่ทราบข่าวถูกปรับ พ้น ครม. โยนเป็นเรื่องของนายกฯ ยืนยัน พรรคเพื่อไทย ไม่แพแตก

นายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกระแสถูกปรับออกจากคณะรัฐมนตรี ว่า ส่วนตัวไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่ที่ผ่านมาก็พอใจกับการทำงานของตัวเองในหลายด้าน และทำงานอย่างเต็มที่มาตลอด ซึ่งการปรับคณะรัฐมนตรี เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี ที่จะดำเนินการตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะอยู่สถานะใด ก็สามารถทำหน้าที่ได้ ที่สำคัญคนเป็น ส.ส.ทุกคนมีความรู้ ความสามารถ หากใครได้รับมอบหมายให้ทำอะไร ก็ควรให้ความร่วมมือกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งในพรรคเพื่อไทย ไม่มีการแก่งแย่งอะไรกัน และถ้าหากถูกปรับออกตามกระแสข่าว ก็ไม่น้อยใจ












ที่มา  http://www.innnews.co.th

'พงศ์เทพ'ปัดหน้าที่ดูร่างแก้รธน.ก่อนทูลเกล้าฯ





"พงศ์เทพ" ปฏิเสธ ไม่ได้มีหน้าที่ตรวจสอบหรือดูร่างแก้ รธน. ก่อนทูลเกล้าฯ ชี้ เป็นหน้าที่ เลขา ครม.

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับที่มาของ ส.ว. ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย โดยระบุว่า ผู้รับผิดชอบโดยตรง คือ นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่จะดำเนินการตามขั้นตอน

พร้อมย้ำด้วยว่า กระแสข่าวดังกล่าว เป็นเพียงแค่ข่าวลือ รวมถึง ได้ปฏิเสธกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีการสอดใส้เนื้อหาเพิ่มเติม โดยที่รัฐสภาไม่รับทราบ ว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะกฎหมายทุกฉบับต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากสภา


















ที่มา  http://www.innnews.co.th

นายกฯ เตรียมประชุม ครม. เศรษฐกิจ





นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ขณะจับตาการเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วม

ความเคลื่อนไหวของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ช่วงเช้าเป็น ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ก่อนจะเข้าประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณากรอบการเจรจาตามมาตรา 190 ขณะที่ ช่วงบ่ายเดินทางไปถวายเครื่องสักการะแด่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหา-สังฆปริณายก เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ พระชันษา 100 ปี ที่ ตึกวชิรญาณสามัคคีพยาบาร ชั้น 6 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  ซึ่งต้องติดตามว่า นายกฯ จะมีมาตรการช่วยเหลือใดออกมาเพิ่มเติม เพื่อเร่งช่วยเหลือเยียวยาประชาชนในพื้นที่ ที่ประสบปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัดขณะนี้


















ที่มา  http://www.innnews.co.th

ครม.เห็นชอบผลประชุมกพต.11เรื่อง





คณะรัฐมนตรี เห็นชอบ ผลการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 11 เรื่อง

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี รับทราบและเห็นชอบ ผลการประชุมของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) รวม 11 เรื่อง โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ เห็นชอบการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในจังหวัดชายแดนใต้ วงเงิน 915,096,000 บาท และเห็นชอบให้เพิ่มเงินอุดหนุนรายบุคคลให้โรงเรียนเอกชน จากเดิมได้รับเงินอุดหนุน ร้อยละ 70 ให้เพิ่มเป็น ร้อยละ 85

อีกทั้ง ยังเห็นชอบให้จ่ายเงินเยียวยาครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติงานในพื้นที่ รายละไม่เกิน 4,000,000 บาท รวมทั้ง เห็นชอบให้จ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษแก่พนักงานมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เดือนละ 2,500 บาทต่อคน ตั้งแต่ 1 ต.ค. 51 ถึง 30 ก.ย. 55 รวม 8,233,627 บาท

ขณะเดียวกัน เห็นชอบให้เพิ่มอัตรากำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จาก 900 อัตรา เป็น 2,700 อัตรา เพื่อลดกำลังเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจในพื้นที่ และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ซึ่งต้องใช้งบประมาณรวม 218,000,000 บาท และเห็นชอบการจัดสรรงบประมาณเพื่อเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยสนามบินนราธิวาส


















ที่มา  http://www.innnews.co.th

'ทักษิณ' สั่งผบ.ตร. จัดการส่วยท่องเที่ยวยันเตรียมไปจีน





''พ.ต.ท.ทักษิณ'' โพสต์เฟซบุ๊ก ขอข้าราชการใหม่ ทำงานช่วยเหลือบ้านเมืองเต็มที่ คุย ผบ.ตร. จัดการแก๊งเก็บส่วยเมืองท่องเที่ยว ยืนยัน เตรียมเดินทางไปจีน

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังถึงกำหนดเกษียณอายุของข้าราชการ พร้อมกับเป็นวันเริ่มต้นข้าราชการรุ่นใหม่ว่า อยากให้ผู้ที่ขึ้นมารับตำแหน่งใหม่ทุกคน ทำงานช่วยเหลือบ้านเมืองอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทัดเทียมกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศักยภาพในการแข่งขัน โครงสร้างพื้นฐาน เพื่อปรับตัวและเตรียมพร้อมกับการเข้าสู่ AEC ในปี 2015 และการแข่งขันเปิดเสรีทางการค้า (FTA) ซึ่งประเทศไทยจะต้องเผชิญความท้าทายอีกหลายอย่าง  ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเปิดเผยว่า ได้มีการพูดคุยกับ ผบ.ตร. โดยตนได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่ค้าขายในเมืองท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ อาทิ พัทยา ภูเก็ต ว่ามีหน่วยงานตำรวจและหน่วยงานภายนอก มีการเรียกเก็บส่วยกันอย่างมาก สร้างความเดือดร้อนไปยังผู้ประกอบการและผู้บริโภค ซึ่งทาง ผบ.ตร. ยืนยันว่า ได้รับคำสั่งจากท่านนายกฯ มาแล้ว และจะรีบดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเผยว่า ขณะนี้ตนกำลังเดินไปนครปักกิ่ง ประเทศจีน พร้อมกับกล่าวว่า ช่วงปีหน้าทั้งประเทศไทยและประเทศจีน อาจจะมีการบรรลุข้อตกลงในการยกเลิกวีซ่าต่อกัน ซึ่งจะมีผลให้นักท่องเที่ยวมีมากขึ้น เกรงว่า สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง จะรองรับไม่ไหว ควรจะต้องเร่งขยาย เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว พร้อมกับมองว่า ค่าที่พัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงแรม 5 ดาวในประเทศไทย มีราคาที่ถูกเกินไป เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกัน เนื่องจากโรงแรมในไทย แข่งกันลดราคาอย่างมาก จึงอยากให้ปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไข และหวังว่า ทุกอย่างจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่














ที่มา  http://www.innnews.co.th

ไพบูลย์จ่อเสนอกมธ.วุฒิเรียกนายกแจงทูลเกล้าฯ



"ไพบูลย์ นิติตะวัน" เตรียมเสนอ กมธ. สอบทุจริต เรียกนายกฯ เลขาฯครม. และกฤษฎีกา ชี้แจงกรณีนำร่าง รธน. ขึ้นทูลเกล้าฯ 

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหาและแกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงกรณีที่นายกรัฐมตรี นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว ว่า เป็นเหมือนการทำแก้เกี้ยว กลัวเสียเป้าหมายที่ตั้งไว้ จึงเร่งรีบแบบผิดปกติ จึงพยายามหาข้อกฎหมายมาอธิบาย แต่ก็อธิบายไม่ได้ ซึ่งจะตรวจสอบต่อไปโดยในวันที่ 3 ต.ค. จะเสนอให้คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ให้ตรวจสอบเรื่องนี้ ในประเด็นที่ว่าเมื่อมีกระบวนการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญแล้ว และ นายกรัฐมนตรี ทราบกระบวนการนี้แล้ว แต่กลับไม่ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 ก็จะเชิญนายกรัฐมนตรี เลขาธิการ ครม. และเลขาธิการกฤษฎีกา มาชี้แจง ทั้งนี้ ถ้าศาลสั่งระงับชั่วคราว ทางนายกรัฐมนตรี คงจะมีปัญหา และก็ต้องหยุดตามที่ศาลสั่ง นอกจากนี้ นายไพบูลย์ ยังกล่าวถึงกรณีที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีก่อการร้าย ว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม และจะตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไปว่าเกี่ยวข้องกับงบประมาณของสำนักงานอัยการสูงสุด หรือไม่ ที่ในชั้นแปรญัตติได้เพิ่ม 303 ล้านบาท ขณะที่องค์กรอิสระอื่น ไม่ได้งบประมาณเพิ่มเลย



















ที่มา  http://www.innnews.co.th

ถกร่วมรัฐสภาเริ่มแล้วสมาชิกหารือน้ำท่วม





ประชุมร่วมรัฐสภา เริ่มแล้ว สมาชิกส่วนใหญ่หารือปัญหาน้ำท่วม ขณะที่นายกรัฐมนตรี เซ็นชื่อร่วมประชุมแล้ว

บรรยากาศการประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมัยสามัญทั่วไป ครั้งที่12 เพื่อพิจารณา บันทึกการหารือ บันทึกความเข้าใจ บันทึกข้อตกลง พิธีสาร และสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ตามมาตรา 190 ที่ต้องผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมร่วมรัฐสภา

ขณะนี้ ได้เริ่มการประชุมแล้ว โดยมี นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยล่าสุด อยู่ระหว่างการหารือ ซึ่งสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ ได้หารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ที่ประสบอุทกภัย ในหลายจังหวัด และขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการช่วยเหลือ และเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ต่าง ๆ โดยเร็วที่สุด เนื่องจากเกรงว่าฝนจะตกลงมา ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอีก

อย่างไรก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเซ็นชื่อร่วมประชุมรัฐสภาแล้ว ก่อนจะออกเดินทางไปประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ที่ทำเนียบรัฐบาล























ที่มา http://www.innnews.co.th

นายกฯ ถกครม.ไม่ตอบทูลเกล้าฯรธน. บอกค่อยคุย





นายกรัฐมนตรี ระบุ หลังการประชุม ครม. จะชี้แจงเรื่องการนำร่างแก้รัฐธรรมนูญทูลเกล้าฯ ขณะที่ "อำพน" ระบุ ร่างอยู่ในการตรวจสอบของกฤษฎีกา ด้าน ''ถาวร'' ขู่ นายกฯ นำร่างแก้ รธน. ขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นเรื่องมิบังควร ย้ำ ต้องฟังศาลก่อน

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวเพียงสั้น ๆ ก่อนการเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุม ครม. วันนี้ จะเปิดเผยถึงกรณีการทูลเกล้าฯ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของ ส.ว. จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เดินขึ้นอาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีทันที

ขณะที่ นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ร่างดังกล่าวคงอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบทางกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนกรณีที่ กลุ่ม 40 ส.ว. ยื่นหนังสือคัดค้านให้นายกรัฐมนตรี ชะลอการทูลเกล้าฯ เพื่อรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ต้องให้ทางคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจสอบอย่างรอบคอบ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบไม่นาน



'วราเทพ' เผย ไม่ชัดทูลเกล้าฯ รธน.วันนี้

นายวราเทพ  รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงการนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ว่า วันนี้ ยังไม่แน่ใจว่า นายกรัฐมนตรี จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ หรือไม่ แต่รัฐธรรมนูญ กำหนดไว้ว่าต้องนำขึ้นกราบบังคมทูลภายใน 20 วัน ซึ่งมีกระบวนการที่ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะต้องจัดพิมพ์หนังสือ และตรวจสอบในเบื้องต้น รวมทั้งปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้ความเห็นประกอบในการที่จะนำเสนอให้ นายกรัฐมนตรี ได้ลงนาม เพื่อกราบบังคมทูล ต้องมีระยะเวลาพอสมควร ไม่ใช่ส่งมาแล้วจะส่งได้ทันที และขณะนี้เรื่องน่าจะอยู่ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี คงยังไม่ถึงนายกรัฐมนตรี ส่วนที่มีผู้คัดค้านไม่ให้นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพราะเข้าข่ายผิดมาตรา 154 นั้น ก็เป็นมุมมองทางกฎหมาย และเคยมีบรรทัดฐานที่ฝ่ายค้านเคยยื่นให้ตีความร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้ง และ

การแก้ไขมาตรา 190 และมีคำวินิจฉัยว่าการพิจารณาตามมาตรา 154 เป็นเรื่องของพระราชบัญญัติ ซึ่งเมื่อมาเปรียบเทียบกันก็น่าจะเหมือนกัน ที่ไม่น่าจะต้องด้วยมาตรา 154


ปชป.ยันนายกฯต้องรอศาลนำร่างแก้รธน.ทูลเกล้าฯ

นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์ ยังยืนยันว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มา ส.ว. ในวาระ 3 ยังเป็นการกระทำที่ไม่ชอบโดยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย อีกทั้ง การที่ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องตีความไว้แล้ว และแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ แต่ประธานรัฐสภากลับดำเนินการประชุมรัฐสภาต่อนั้น ถือเป็นการกระทำที่ให้ได้มาโดยไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางรัฐธรรมนูญ เพราะโดยหน้าที่แล้ว ฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องรับฟัง เนื่องจากต้องถ่วงดุลซึ่งกันและกัน

ทั้งนี้ หากนายกรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยไม่ฟังศาลรัฐธรรมนูญ ถือเป็นเรื่องมิบังควรอย่างยิ่ง และถือเป็นการท้าทาย เพราะสามารถรอฟังศาลตัดสินก่อนได้ ส่วนการใช้เหตุผลว่า ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 20 วัน มิเช่นนั้นจะขัดรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการใช้เหตุแห่งการอ้าง เพราะการแถลงผลงาน ยังล่าช้ามาถึง 2 ปี ส่วนกรณีที่ กลุ่ม 40 ส.ว. ยื่นผิด ม.154 นั้น ตนเองไม่เห็นด้วย เพราะมาตราดังกล่าว ไม่สามารถนำมาใช้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้


เฉลิมยันนายกไม่ต้องรับผิดหากทูลเกล้าฯรธน.ไม่ผ่าน

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุถึงกรณี ส.ส.ฝ่ายค้าน และกลุ่ม 40 ส.ว. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ คัดค้านการนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มาของ ส.ว. ขึ้นทูลเกล้าฯ โดยยืนยันว่า รัฐบาลมีสิทธิ์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และได้แก้เป็นรายมาตราตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งไม่แตกต่างจากรัฐบาล นายอภิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบ่งเขตเลือกตั้ง พร้อมเห็นว่ารัฐบาลมีความชอบธรรม นายกรัฐมนตรี และสภา ไม่ต้องรับผิดชอบ แม้จะอยู่ระหว่างรอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐบาลต้องทำตามกฎหมาย ทั้งนี้มองว่า ศาลรัฐธรรมนูญ มีสิทธิ์ที่จะรับคำร้อง แต่ต้องดูคำวินิจฉัยที่จะออกมา เพราะการยื่นเรื่องคัดค้าน ไม่เกี่ยวกับขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการกดบัตรแทนกัน ไม่ทำให้องค์ประกอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสียไป เพราะเป็นเรื่องของบุคคล ที่ต้องรับผิดชอบการกระทำที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้เตรียมทางออกแก้ไขในเรื่องนี้ เพราะยังไม่มีคำตัดสิทธิ์ใด ๆ ออกมา ส่วนตัวเชื่อว่า เรื่องนี้จะจบลงด้วยดี และรัฐบาลก็เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราอื่น ๆ ต่อไป

โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุ ไม่ทราบว่า นายกรัฐมนตรี ควรจะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อใด และมองว่า ไม่มีเหตุผลที่ ส.ส.ฝ่ายค้าน และกลุ่ม 40 ส.ว. ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ประเทศไม่ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557


'อภิสิทธิ์' ขอนายกรอศาลก่อนทูลเกล้าฯรธน.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องการให้ นายกรัฐมนตรี ชะลอการนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาของ ส.ว. เพื่อรอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน ที่อาจจะมีคำวินิจฉัยหรือยกคำร้อง หรือสั่งให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งก็เป็นได้ ดังนั้น จึงอยากให้ทุกฝ่ายได้ทำหน้าที่ของตนเอง และยังเหลือกรอบเวลาอีก 20 วัน ในขั้นตอนนำขึ้นทูลเกล้าฯ จึงไม่ควรนำกฎหมายที่มีปัญหาความขัดแย้งนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพราะที่ผ่านมาอาจมีปัญหาลักษณะนี้ แต่ส่วนใหญ่นายกรัฐมนตรี มักจะหลีกเลี่ยง ทั้งนี้ยืนยันว่าการแก้รัฐธรรมนูญสามารถทำได้ แต่ต้องไม่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย

ขณะเดียวกัน ยังตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลต้องการสร้างแรงกดดันต่อสถาบัน เพื่อทดสอบกระแสสังคมว่าจะมีการต่อต้านมากน้อยเพียงใด รวมถึง ระดมมวลชนออกมากดดัน และหวังว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะไม่หวั่นไหวต่อความความพยายามกดดันจากซีกรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องให้กำลังใจ เพื่อให้ตุลาการมีความกล้าหาญในการพิจารณาคดี

















ที่มา  http://www.innnews.co.th

นายกฯเปิดนิทรรศการ100ปีสดุดีพระสังฆบิดร





นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดนิทรรศการ 100 ปี สดุดีพระสังฆบิดร พร้อมประชุมเสวนาพระธรรมทูตไทย 4 ทวีป

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีถวายสังฆทาน พิธีตักบาตรพระสงฆ์ 200 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ฉลองพระชันษา 100 ปี โดยมี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงกลาโหม ข้าราชการระดับสูงทั้งฝ่ายพลเรือน และข้าราชการประจำ รวมถึงพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เปิดนิทรรศการ 100 ปี สดุดีพระสังฆบิดร พร้อมเดินเยี่ยมชมภายในนิทรรศการ ทั้งนี้ ยังเเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเสวนาพระธรรมทูตไทย 4 ทวีป ด้วย ก่อนที่ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี



















ที่มา  http://www.innnews.co.th

'วิชา'เผยเร่งสอบความผิดปกติรับจำนำข้าว





"วิชา มหาคุณ" เผย เร่งสอบความผิดปกติข้อขัดแย้งสัญญาโครงการรับจำนำข้าวและบริหารจัดการน้ำ คาด วินิจฉัยชี้มูลผิดได้เร็วนี้ ขณะการถอดถอนสมศักดิ์และนิคม กำลังดูคำร้องเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ หรือไม่

นายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล จะเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ขณะนี้ได้พบความผิดปกติ ซึ่งเป็นข้อขัดแย้งในเรื่องของการซื้อขายข้าวว่า เป็นระบบจีทูจี หรือมีบริษัทเอกชนเป็นนอมินีหรือไม่ ขณะเดียวกัน กำลังดำเนินการตรวจสอบเช็คทุกฉบับจากธนาคารกรุงเทพ ที่ได้ส่งหลักฐานมาให้เพิ่มเติมว่า มีบุคคลใดเข้าไปเกี่ยวโยงด้วยหรือไม่ ก่อนจะสรุปวินิจฉัยชี้มูลในขั้นตอนต่อไป

สำหรับการตรวจสอบโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ว่าได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องให้รับทราบว่า เปลี่ยนตัวกรรมการตรวจสอบแล้วจะมีข้อคัดค้านหรือไม่ หากไม่มี อาจสรุปการวินิจฉัยชี้มูลได้ในเร็วๆ นี้ เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ นายวิชา ยังได้กล่าวถึงขั้นตอนการรับคำร้องพิจารณาวินิจฉัยถอดถอน นายสมศักดิ์ และนายนิคม ว่า ขณะนี้กรรมการทั้งชุดกำลังรวบรวมหลักฐานและเนื้อหาว่า มีข้อใดเข้าข่ายกระทำการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก่อนจะนำไปสู่การพิจารณาคดี เพื่อวินิจฉัยชี้มูลความผิดในขั้นตอนต่อไป
































ที่มา http://www.innnews.co.th

'ภราดร'ย้ำสัปดาห์หน้าชัดวันคุยBRNครั้งต่อไป





"พล.ท.ภราดร" ย้ำ สัปดาห์หน้า ชัดวันพูดคุย BRN ครั้งต่อไป ระบุมี 2 กลุ่มขอเข้าร่วมเพิ่ม โดย BRN เป็นผู้ประสานเข้ามา

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวย้ำว่า จะมีการพูดคุยสันติภาพกับกลุ่ม BRN ครั้งต่อไปในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม ซึ่งคาดว่า ในสัปดาห์หน้า จะมีความชัดเจนเรื่องวันและเวลา ขณะเดียวกัน ยังเปิดเผยว่า การพูดคุยครั้งต่อไป อาจจะมีกลุ่มเข้ามาร่วมพูดคุยเพิ่มเติมอีก 2 กลุ่ม โดยทาง BRN จะเป็นผู้ประสานเข้ามา แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เชื่อว่า อาจเป็นกลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ และจะพยายามนำเข้ามาพุดคุยในครั้งต่อไปด้วย แต่ทางฝ่ายรัฐ จะยังคงยึดหลักพิจารณาตามข้อเสนอ 5 ข้อของ BRN เท่านั้น โดยขณะนี้ ยังคงอยู่ในการศึกษาของฝ่ายความมั่นคง






















ที่มา  http://www.innnews.co.th

'อภิสิทธิ์' ขอนายกรอศาลก่อนทูลเกล้าฯรธน.





หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขอ นายกฯ รอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ หวังตุลาการ ไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดัน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องการให้ นายกรัฐมนตรี ชะลอการนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาของ ส.ว. เพื่อรอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน ที่อาจจะมีคำวินิจฉัยหรือยกคำร้อง หรือสั่งให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งก็เป็นได้ ดังนั้น จึงอยากให้ทุกฝ่ายได้ทำหน้าที่ของตนเอง และยังเหลือกรอบเวลาอีก 20 วัน ในขั้นตอนนำขึ้นทูลเกล้าฯ จึงไม่ควรนำกฎหมายที่มีปัญหาความขัดแย้งนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพราะที่ผ่านมาอาจมีปัญหาลักษณะนี้ แต่ส่วนใหญ่นายกรัฐมนตรี มักจะหลีกเลี่ยง ทั้งนี้ยืนยันว่าการแก้รัฐธรรมนูญสามารถทำได้ แต่ต้องไม่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย

ขณะเดียวกัน ยังตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลต้องการสร้างแรงกดดันต่อสถาบัน เพื่อทดสอบกระแสสังคมว่าจะมีการต่อต้านมากน้อยเพียงใด รวมถึง ระดมมวลชนออกมากดดัน และหวังว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะไม่หวั่นไหวต่อความความพยายามกดดันจากซีกรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องให้กำลังใจ เพื่อให้ตุลาการมีความกล้าหาญในการพิจารณาคดี



















ที่มา  http://www.innnews.co.th

'อภิสิทธิ์'รับมอบข้าวสารช่วยน้ำท่วม1,000ชุด





หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับมอบข้าวสารช่วยน้ำท่วม 1,000 ชุด ส่งต่อ ส.ส.อุทัยธานี เร่งนำช่วยเหลือวันนี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะปรธานมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ได้เป็นประธานในการ
เปิดศูนย์ “อาสาคนไทยช่วยน้ำท่วม ที่หน้าลานพระแม่ธรณีบีบมวยผมฯ จากนั้นได้มีการทำพิธีรับมอบข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่ม จำนวน 2 รถบรรทุก 6 ล้อ รวม 1,000 ชุด จากภาคประชาชนที่ร่วมบริจาค โดย นายอภิสิทธิ์ ได้ส่งมอบสิ่งของต่อให้ นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ส.ส.อุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อนำไปบรรจุใส่ถุงยังชีพให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดอุทัยธานีต่อไป

ด้าน นายกุลเดช กล่าวว่า จ.อุทัยธานี มีน้ำท่วมสูงและบางส่วนเริ่มลดลงในบางพื้นที่แตกต่างกันไป ชาวบ้านต้องอพยพไปอยู่บนที่สูง ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก จึงต้องเร่งนำสิ่งของถุงยังชีพไปช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาทุกข์ประชาชนก่อน

































ที่มา  http://www.innnews.co.th

ถาวรยื่นปปช.เอาผิดจุลสิงห์ไม่ฎีกาคดีพจมานโอนหุ้นให้พี่





รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่น ป.ป.ช. เอาผิด "จุลสิงห์ วสันตสิงห์" อัยการสูงสุด ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ปมไม่สั่งฎีกาคดี "คุณหญิงพจมาน" โอนหุ้นให้ ''บรรณพจน์ ดามาพงศ์'' พี่ชาย ปี 2540

นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ตนเอง และ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ จะร้องทุกข์กล่าวโทษ นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และอยู่ในตำแหน่งของเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 200 ซึ่งมีโทษจำคุก 6 เดือนถึง 7 ปี ทั้งนี้ สืบเนื่องจากสั่งไม่ฎีกาคดีคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร โอนหุ้นให้ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชาย เมื่อปี 2540 ซึ่งจากการรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมด เห็นว่า อัยการสูงสุดตัดสินใจไม่ฎีกาตามอำเภอใจ โดยไม่ยึดหลักของกฎหมาย ทั้งที่โดยปกติจะต้องฎีกา

ทั้งนี้ การที่ไม่ยื่นถอดถอน นายจุลสิงห์ นั้น เนื่องจากจะเกษียณราชการในวันนี้แล้ว อีกทั้ง หลังจากนี้ จะมี ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่ามาจากฐานการเมือง จึงไม่มั่นใจในกระบวนการนี้

ขณะที่ล่าสุด นายถาวร ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  (ป.ป.ช.) แล้ว เพื่อให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ นายจุลสิงห์ อัยการสูงสุด ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และอยู่ในตำแหน่งของ เจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม ปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 200 จากกรณีสั่งไม่ฎีกาคดี คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร โอนหุ้นให้ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ เมื่อปี 2540 โดยมี นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เป็นผู้ดำเนินการทำเป็นขายให้ โดยหากเป็นการโอนตามปกติ จะต้องเสียภาษี 273 ล้านบาท ซึ่งจากการรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมด เห็นว่า อัยการสูงสุด ตัดสินใจไม่ฎีกาตามอำเภอใจ ทั้งที่โดยปกติจะต้องฎีกา และคดีนี้ ประธานศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนได้ทำความเห็นแย้งว่า การหลบหนีคดีนี้มีโทษสูงมาก ไม่สมควรรอลงอาญา แต่อัยการไปก้าวล่วงวินิจฉัยเองว่าแม้ฎีกาไป ศาลฎีกา คงไม่รับฎีกา อีกทั้ง ป.ป.ช. เคยมีดุลพินิจแจ้งให้อัยการยื่นฎีกาคดีนี้ แต่อัยการกลับเพิกเฉย ส่วนเหตุผลที่ยื่นเรื่องล่าช้า จนถึงวันที่ นายจุลสิงห์ ปฏิบัติงานเป็นอัยการสูงสุดวันสุดท้าย เพราะต้องรอรวบรวมเอกสารสำนวนคดีทั้งหมด ซึ่งกระบวนการเป็นไปอย่างล่าช้า พร้อมกันนี้ นายถาวร ยังขอให้ ป.ป.ช. เร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด

















ที่มา  http://www.innnews.co.th

มติวุฒิสภาเห็นชอบ'ชูเกียรติ'นั่งเลขาฯกฤษฎีกา





มติวุฒิสภา เห็นชอบ "ชูเกียรติ" ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ขณะไม่อนุญาตให้ศาลพิจารณาคดี "พล.ต.อ.พิชิต"

ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยที่ประชุมได้พิจารณา เรื่องด่วน คือให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อ ให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา คือ นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ซึ่งคณะกรรมาธิการสามัญ ได้เสนอรายงานการตรวจสอบ ประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของ นายชูเกียรติ จากนั้น ที่ประชุมได้พิจารณารายงานเป็นการลับกว่า 20 นาที และลงคะแนนเป็นการลับ ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ความเห็นชอบให้ นายชูเกียติ เป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ด้วยคะแนน 105 ต่อ 9 เสียง

นอกจากนี้ ที่ประชุมวุฒิสภา ยังมีมติไม่อนุญาตให้ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิจารณาคดีกับ พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ส.ว.สรรหา ในระหว่างสมัยประชุม ด้วยคะแนน 113 ต่อ 3 เสียง
















ที่มา  http://www.innnews.co.th
 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2013. KIP Thai - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger